แทบล้มละลาย เจอภาษีย้อนหลัง 7 ปี เตือน ใครไม่จ่าย จ่ายเถอะ

Advertisement “ภาษีย้อนหลัง” ไม่ใช่เรื่องตลก เรียกได้ว่า ล้มละลายกันได้เลย เมื่อล่าสุด แม่ค้าออนไลน์ รายหนึ่ง ที่ใช้ชื่อเฟซบุ๊กว่า มิ้นท์ผกา อวบอ้วน ได้ออกมาโพสต์ข้อความระบุว่า Advertisement เรื่องมีอยู่ว่า… มีเอกสารเข้าพบสรรพกรมาบ้าน 2 รอบ รอบแรกเราไม่ได้ไป รอบสอง มาติดไว้ข้างเสาบ้านเลยค่ะ วันนี้เลยไป..เราคัดสเตทเม้นย้อนหลังไป2 ปี แต่..สรรพกรบอก ไปคัดสเตทเม้นมาเพิ่ม (เอาตั้งแต่ปี61-67 เลยค่ะ) ** ก็คือตั้งแต่เริ่มทำกิจการ** เราหน้าชามากกก…..ไปต่อไม่ถูกเลย Advertisement #อย่าเล่นกับระบบ #ปีนี้เขาเอาจริง ใครยังไม่เสียภาษี ไปจัดการด่วนเลยค่ะ ย้ำ! ยังไงก็ต้องเสีย ยังไงก็ต้องจ่าย ไม่จ่ายวันนี้ก็ต้องจ่ายสักวัน #วันนี้ละจุ่มโดนฉันแล้วว ซีเครทแตกกก   ข่าวจาก : tnews

สรรพากร แจงร่อนหนังสือจี้แม่ค้ายื่นแบบรายได้ หวังดีไม่อยากให้โดนปรับ

สรรพากร แจงกรณีร่อนหนังสือจี้แม่ค้ายื่นแบบรายได้ หวังดีไม่อยากให้โดนปรับ ยันการยื่นแบบและชำระภาษีเป็นหน้าที่ของคนไทยทุกคน 30 มิ.ย. 2564 – นางสมหมาย ศิริอุดมเศรษฐ ที่ปรึกษาด้านยุทธศาสตร์การจัดเก็บภาษี ในฐานะโฆษกกรมสรรพากร กล่าวว่า กรมสรรพากรได้มอบหมายให้ทูตภาษี (Tax Ambassador) ที่ประจำอยู่สำนักงานสรรพากรทั่วประเทศ พร้อมให้คำปรึกษาแก่ผู้เสียภาษีและประชาชนเพื่อให้ยื่นแบบฯ และชำระภาษีทุกประเภทให้ถูกต้องเพื่อประโยชน์ของผู้เสียภาษีในระยะยาว การที่กรมสรรพากรได้ดำเนินการส่งหนังสือแจ้งเตือนถึงผู้เสียภาษี มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ผู้มีรายได้ถึงเกณฑ์แต่ยังไม่ได้ยื่นแบบแสดงรายการภาษีได้ทราบว่า มีหน้าที่ต้องยื่นแบบฯ เมื่อมีรายได้ต่อปีถึงเกณฑ์ขั้นต่ำตามที่กฎหมาย จะได้ไม่ต้องเสียค่าปรับและเงินเพิ่ม เพราะตามหลักแล้วผู้ที่มีรายได้จากการค้าขาย ไม่ว่าจะเป็นการขายสินค้าออนไลน์หรือขายสินค้าทั่วไป เมื่อมีรายได้ต่อปีเกิน 60,000 บาทขึ้นไป ทุกคนก็จะต้องมีหน้าที่ยื่นแบบฯ และในกรณีที่ไม่ได้ยื่นแบบภายในกำหนดเวลาต้องเสียค่าปรับไม่เกิน 2,000 บาท และเงินเพิ่มอีก 1.5% ต่อเดือนของจำนวนภาษีที่ต้องชำระ นอกจากนี้ กรมสรรพากรไม่ได้มีเป้าหมายในการจัดเก็บภาษีจากผู้ค้าขายเฉพาะรายใดรายหนึ่ง หรือจากโครงการใดโครงการหนึ่ง และไม่ได้มุ่งเก็บภาษีจากผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการรัฐแต่อย่างใด และขอยืนยันว่ากรมสรรพากรได้พยายามทำหน้าที่อย่างเต็มที่และไม่ต้องการให้เกิดกรณีที่ผู้ประกอบการต้องเสียค่าปรับและเงินเพิ่ม เนื่องมาจากยื่นแบบเกินกำหนดเวลา เพราะจะเป็นการซ้ำเติมประชาชนโดยเฉพาะในช่วงเวลาเช่นนี้ และเพื่อสร้างความเป็นธรรมกับผู้เสียภาษีทุกคน เมื่อมีรายได้ถึงเกณฑ์ขั้นต่ำตามที่กฎหมายกำหนด มีหน้าที่ต้องยื่นแบบฯ ทุกราย โฆษกกรมสรรพากร กล่าวทิ้งท้ายว่า การยื่นแบบและชำระภาษีเป็นหน้าที่ของคนไทยทุกคน ซึ่งผู้ประกอบการและผู้ค้าออนไลน์สามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการยื่นแบบแสดงรายการและชำระภาษีอย่างง่าย ได้ที่ www.taxliteracy.academy นอกจากนี้ กรมสรรพากรจัดให้มีทูตภาษี […]

สรรพากร แจงแล้ว ปมดราม่าแม่ค้าเข้า”คนละครึ่ง” ถูกเก็บภาษีย้อนหลังเกือบแสน

กรมสรรพากร ชี้แจงปมดราม่าเดือด แม่ค้าโวยถูกเก็บภาษีย้อนหลัง ชี้เป็นการเก็บภาษีปกติ มีรายได้มากจึงถูกเรียกเก็บมาก ยันไม่ได้มุ่งเน้นการเก็บภาษีของผู้ที่ค้าขายผ่านโครงการรัฐบาล     จากกรณีที่แม่ค้ารายหนึ่งได้ออกมาเผยเรื่องราวของตัวเองว่า ได้รับจดหมายจากกรมสรรพากรส่งมาที่บ้าน เรียกเก็บภาษีย้อนหลัง ภายหลังจากเป็นร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการของรัฐบาล เราชนะ คนละครึ่ง ม.33 เรารักกัน ซึ่งโดนภาษีย้อนหลังปี 2563 รวมทั้งหมด 92,257 บาท จนมีกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก   วันที่ 29 มิถุนายน 2564 เรื่องเด่นออนไลน์ รายงานว่า นางสมหมาย ศิริอุดมเศรษฐ ที่ปรึกษาด้านยุทธศาสตร์การจัดเก็บภาษี ในฐานะโฆษกกรมสรรพากร เปิดเผยกรณีดังกล่าวว่า การจ่ายภาษีเงินได้ของรายได้ปี 2563 ไม่ใช่เป็นการเรียกเก็บภาษีย้อนหลัง แต่เป็นการจ่ายภาษีตามปกติ เนื่องจากรายได้ของปี 2563 จะต้องยื่นแบบภาษีเงินได้ภายในเดือนมีนาคม 2564 แต่ทางรัฐบาลได้เลื่อนการยื่นผ่านระบบออนไลน์ออกไปจนถึงสิ้นเดือนมิถุนายนนี้ จึงขอยืนยันว่ากรณีที่เกิดขึ้นไม่ใช่การเก็บภาษีย้อนหลัง นางสมหมาย กล่าวต่อว่า การเรียกเก็บภาษีของแม่ค้ากรณีดังกล่าวเป็นไปตามระเบียบข้อบังคับของกฎหมายการยื่นภาษี เพราะตามหลักแล้วผู้ที่มีรายได้จากการค้าขายเกิด 60,000 ขึ้นไปต่อปี ทุกคนก็จะต้องยื่นแบบภาษีเงินได้กับทางสรรพากร ส่วนจำนวนเงินที่ต้องจ่ายภาษี 92,257 บาทนั้น เนื่องจากมีรายได้มาก ขอยืนยันอีกว่า […]

ร้านค้าโวย รัฐรีดภาษีขายของออนไลน์ หวั่นหากมุ่งจะเก็บภาษี อาจทำให้การค้าออนไลน์ที่กำลังเติบโตสะดุดลง!!(มีคลิป)

  นายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ ผู้ก่อตั้งและกรรมการผู้จัดการ ตลาดดอทคอม Tarad.com กล่าวว่า ตนไม่เห็นด้วยกับการที่รัฐบาลจะออกกฎหมายตัวนี้ เพราะสาระสำคัญคือการกำหนดให้สถาบันการเงินต้องรายงานข้อมูลของบุคคล และนิติบุคคลที่มีความเคลื่อนไหวทางบัญชีในการทำธุรกรรมฝากหรือรับโอนเงินทุกบัญชีเกิน 3,000 ครั้งต่อปี หรือการฝากและรับโอนเงินทุกบัญชีรวมกันตั้งแต่ 200 ครั้ง และยอดเงินตั้งแต่ 2 ล้านบาทขึ้นไปต่อปี ส่งให้กรมสรรพากรตรวจสอบเพื่อประโยชน์ในการเก็บภาษีได้อย่างถูกต้อง โดยตั้งเป้าเรียกเก็บภาษีจากผู้ขายสินค้าผ่านทางออนไลน์ที่ปัจจุบันการติดตามข้อมูลเพื่อจัดเก็บภาษีไม่อาจดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพ จึงต้องปรับปรุงแก้ไขกฎหมายดังกล่าว นายภาวุธ กล่าวอีกว่า หากกฎหมายตัวนี้ออกมาก็เท่ากับว่ารัฐบาลออกกฎหมายที่มีความขัดแย้งกันเองเพราะมีการประกาศนโยบายว่าจะเป็นประเทศดิจิตอล ไทยแลนด์ 4.0 ส่งเสริมการค้าออนไลน์ หรืออีคอมเมริ์ส รวมทั้งผลักดันให้ประเทศเข้าสู่สังคมไร้เงินสด เช่น การใช้ E- Wallet , QR Code , E-Banking ซึ่งต้องทำผ่านธุรกรรมออนไลน์ทั้งหมด หากกฎหมายตัวนี้ออกมาก็เท่ากับว่า ทำให้คนที่กำลังลังเลว่า จะเข้าสู่ระบบสังคมไร้เงินสดหรือไม่ ตัดสินใจไม่ใช้ระบบออนไลน์ในการทำธุรกรรมทางการเงิน แม้ว่าจะมีความสะดวกสบายมากกว่า บวกกับความยังไม่มั่นวจในความปลอดภัยของการเข้าสู่ระบบสังคมไร้เงินสด ก็อาจทำให้นโยบายสังคมไทยไร้เงินสดไม่ประสบความสำเร็จ "รัฐบาลควรชะลอการออกกฎหมายตัวนี้ออกไปก่อนสัก 2 ปี เพื่อให้คนปรับตัวให้ได้ก่อนกับการใช้ระบบต่าง ๆ ทั้ง E- Wallet , […]

ิบินนอกไม่ต้องแจ้ง! ศุลกากรยกเลิกระเบียบแสดง‘ของมีค่า’ ก่อนไปต่างประเทศ หลังก่อนหน้านี้มีระเบียบออกมาให้วุ่น!

  งานนี้เรียกว่าถูกใจผู้โดยสารที่มีโปรแกรมเดินทางไปต่างประเทศกันถ้วนหน้าเลยทีเดียว เมื่อล่าสุดเพจเฟซบุ๊ก  ChangTrixGet ได้นำประกาศของกรมศุลกากร ที่ได้มีการประกาศยกเลิกการรับแจ้งเรื่องการนำของมีค่าของผู้โดยสารติดตัวออกไปนอกราชอาณาจักร เนื่องจากสร้างความเข้าใจคลาดเคลื่อนในการปฏิบัติพิธีการศุลกากร ซึ่งก่อนหน้านี้ทางกรมศุลกากร เคยออกประกาศเมื่อช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา โดยระบุว่าต้องนำสิ่งของมีค่าไปแจ้งต่อเจ้าหน้าที่ก่อน มิเช่นนั้นอาจถูกเรียกเก็บภาษีศุลกากรหลังเดินทางกลับเข้าราชอาณาจักร       ขอบคุณข้อมูลจาก : ChangTrixGet, อัมรินทร์ทีวี

error: